fbpx
ทำไมเด็กถึงอาละวาด ?

ทำไมเด็กถึงอาละวาดนะ ? วันนี้เรามาเข้าใจถึงพฤติกรรมการอาละวาดของเด็กกัน

.

หากเรามองเผินๆ การอาละวาดของเด็กอาจดูเหมือนกันไปหมด แต่จริงๆแล้ว การอาละวาดสามารถแบ่งประเภทหลักๆได้ 2 ประเภท คือประเภทที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ วันนี้เรามาเข้าใจการอาละวาดแต่ละประเภทว่ามีสาเหตุการเกิดจากปัจจัยอะไร และวิธีรับมือกัน

.

ผู้ปกครองหลายท่านคงเคยต้องรับมือเวลาที่ลูกอาละวาดเมื่อถูกขัดใจจากสิ่งต่างๆ แต่รู้หรือไม่ว่า การอาละวาดของเด็กๆ ที่ดูเหมือนกันนั้น จริงๆแล้ว มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน การอาละวาดนั้นเราสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

1. การร้องอาละวาด (Tantrum)
2. การอาละวาด โวยวายแบบสุดพลัง (Sensory Meltdown)

.

วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันว่าการอาละวาด 2 ประเภทนี้มีความแตกต่างกันอย่างไรรวมไปถึงวิธีการรับมือ
เรามาเริ่มต้นกันที่การร้องอาละวาดแบบที่ 1 (Tantrum) การอาละวาดรูปแบบนี้จะเป็นพฤติกรรมที่เด็กส่วนใหญ่แสดงออกมาเมื่อต้องการสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยการอาละวาดรูปแบบนี้จะค่อนข้างเป็นเรื่องธรรมดาและปกติสำหรับเด็กวัยเล็กหรือก่อนวัยเรียน อาการอาละวาดเหล่านี้จะลดลงเมื่อเด็กเริ่มเรียนรู้ภาษา หรือมีความเข้าใจมากขึ้นในการสื่อสาร สามารถบอกความต้องการได้ แต่ในเด็กบางกลุ่มถึงแม้จะสามารถเข้าใจภาษาและสื่อสารได้ ก็ยังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ให้ลดลงได้ เด็กกลุ่มนี้ก็อาจอาละวาดด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่นไม่ได้รับความสนใจจากพ่อแม่ พ่อแม่ไม่ซื้อของเล่นให้ หรือต้องการเรียกร้องความสนใจ การอาละวาดประเภทนี้นั้น เด็กจะสามารถควบคุมให้หยุดเมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการ

.

ต่อกันด้วยประเภทที่ 2 การอาละวาด โวยวายแบบสุดพลัง (Sensory Meltdown) หรืออาการฟิวส์ขาด อาการอาละวาดแบบนี้จะเกิดจากการที่เด็กได้รับความรู้สึกที่ท่วมท้น จากสัมผัสการรับรู้ต่างๆ ที่มากเกินไป ไม่ว่าจะมาจาก ภาพ กลิ่น เสียง รสชาติ หรือ ผิวสัมผัส ตัวอย่างเช่นห้างที่มีผู้คนเยอะ มีเสียงดังจากรอบข้าง สีสันที่หลากหลาย กลิ่นจากร้านค้าต่างๆ จนระบบประสาทของเด็กนั้นไม่สามารถประมวลผลได้ทัน อาการอาละวาดหรืออาการฟิวส์ขาดก็จะแสดงออกมา ไม่ใช่แค่การร้องโวยวาย หรือ ร้องไห้ แต่อาจจะรวมไปถึงการทำลายข้าวของ วิ่งหนีไปในที่ที่สงบ เป็นต้น

.

จากคำอธิบายเราสามารถเห็นว่าสาเหตุของการเกิดการอาละวาดทั้งสองประเภทนั้นแตกต่างกัน ดังนั้นการรับมือจึงแตกต่างกันด้วย โดยส่วนใหญ่แล้วการร้องอาละวาดของเด็กจะหยุดและสงบลงได้เมื่อเด็กเหล่านี้ได้สิ่งของที่ต้องการ หรือ ได้ของตอบแทนเมื่อแสดงพฤติกรรมและกิริยาที่เหมาะสม แต่สำหรับอาการฟิวส์ขาดนั้น ส่วนใหญ่เด็กจะหยุดอาละวาดต่อเมื่อเด็กเหนื่อยจนหมดแรง หรือเมื่อปริมาณความรู้สึกที่เด็กได้รับลดลงจนเด็กสามารถแยกแยะและประมวลผลได้

.

สำหรับการรับมือการอาละวาดประเภทแรก ผู้ปกครองต้องเข้าใจความต้องการของเด็กว่ามีความต้องการอยากได้อะไร และก่อนที่เราจะให้สิ่งเหล่านั้นกับเขาเราควรใช้เหตุผลหรือตั้งเงื่อนไขก่อนเสมอ เช่น หากลูกของเราต้องการเรียกร้องความสนใจ ระหว่างที่ผู้ปกครองกำลังสนทนาอยู่กับผู้อื่น ให้ลองพูดกับลูกของเราถึงเหตุผลว่าเราทำอะไรอยู่ และรอให้คุยเสร็จก่อน จึงจะคุยกับลูกต่อ หรือสอนในลักษณะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเด็กที่แสดงออกมา เช่น หยุดตะโกน โวยวายก่อน แล้วค่อยๆ บอกว่าลูกต้องการอะไร เราควรให้เหตุผลกับทุกการกระทำของเราอย่างสม่ำเสมอไม่ใช่ให้ทุกอย่างเพื่อให้การอาละวาดยุติ เพราะ การให้โดยไม่คำนึงถึงเหตุผลที่เหมาะสม อาจทำให้เด็กจดจำว่าถ้าอาละวาดจะได้สิ่งที่ต้องการทันที และเลือกที่จะนำไปทำซ้ำๆในอนาคต

.

มาถึงการรับมือแบบที่สอง การอาละวาด โวยวายแบบสุดพลัง เมื่อเด็กอาละวาดเราควรพาเขาออกจากบริเวณพื้นที่ที่มีปัจจัยทำให้เขาเกิดอาการอาละวาดเช่น ตัวห้างร้าน สวนสนุก แล้วจึงค่อยๆปลอบเขาเพื่อทำให้เด็กสามารถประมวลผลได้ แต่ระหว่างการปลอบไม่ควรพูดหรือสัมผัสตัวเขาเยอะจนเกินไป เพราะจะทำให้เด็กมีความรู้สึกที่ท้วมท้นจากสัมผัสต่างๆ จนไม่สามารถลดหรือควบคุมอาการได้

.

หวังว่าบทความนี้จะสามารถทำให้ผู้อ่านแยกถึงการอาละวาดที่เกิดขึ้นว่าอยู่ในประเภทไหนและปรับใช้ในการรับมือได้อย่างถูกวิธี

👍หากชอบ ฝากกด Like กด Share บทความให้สักนิด
แต่หากชอบมากๆ กด Like และกดติดตามเพจเพิ่มเติมตามนี้ให้ด้วยนะ


ติดตามและอัพเดตข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม ได้ตามช่องทางอื่นๆ
🌐Website : www.neurobalanceasia.com
🌈Instagram : instagram.com/Neurobalance
🧩Twitter : twitter.com/Neurobalance2
🆕Blockdit : blockdit.com/Neurobalance
🙏แล้วทุกคนจะไม่พลาดข้อมูลข่าวสาร สาระความรู้ และกิจกรรมดีๆ จากทุกช่องทาง)