






ความรู้สึกใจหายวูบเหมือนตกจากที่สูง และกลัวมากๆ เหมือนหัวใจจะหยุดเต้น ในจังหวะนั้น ความคิดของตัวเองก็บอกว่าตัวเองต้องตายแน่ๆ แน่นหน้าอก หายใจตื้น เรียกได้ว่ามันไม่โอเคเลยล่ะ 
.
“แพนิก” เป็น 1 ใน 5 ของโรคจิตเวชซึ่งอยู่ในกลุ่ม “โรควิตกกังวล” มีคนจำนวนไม่น้อยที่เป็นแพนิกและเผชิญกับความรู้สึกที่ตัวเองไม่เข้าใจไม่ค่อยรู้จัก และสับสนกับอาการของแพนิกนี้ด้วย
.
“แพนิค” บางคนอาจเรียกว่า “อาการตื่นตระหนก อาการหัวใจอ่อน อาการหัวใจไหว หรืออาการประสาทลงหัวใจ” แต่จริงๆ แล้วอาการเหล่านี้ไม่มีปัญหาอะไรที่หัวใจและไม่มีอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต แต่เป็นอาการเจ็บป่วยจริงๆ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีสื่อประสาทในสมอง อาการแพนิกจะเกิดขึ้นบ่อยๆ และคาดเดาไม่ได้ว่าจะเกิดขึ้นตอนไหน แต่หลังจากอาการแพนิกหายไป“ความกังวล”ว่าจะเป็นแพนิก อีกก็จะตามมา หรือ “กลัว” ผลที่ตามมาจากอาการแพนิกรวมถึงต้องการหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจทำให้เกิดอาการได้อีกเช่น ไม่กล้าขับรถไปไหนคนเดียว หรือ ไม่กล้าอยู่บ้านคนเดียว
.
ใครที่สงสัยว่าตัวเองเป็นแพนิกควรต้องได้รับการตรวจร่างกายจากแพทย์ เพื่อค้นหาโรคทางด้านร่างกายที่อาจจะเป็นสาเหตุให้มีอาการคล้ายๆ แพนิก เช่น ตรวจคลื่นหัวใจ การเจาะเลือดวัดระดับฮอร์โมนไทรอยด์ และเช็คอาการเบื้องต้นได้ตามนี้
1.รู้สึกอ่อนแรง ตัวเบาหวิว วูบวาบจะเป็นลม เหงื่อออก ตัวสั่น รู้สึกเย็นหรือชาตามมือและเท้า
2.มีความรู้สึกกลัว วิตกกังวล กระวนกระวายใจ ตื่นตระหนกตกใจขึ้นมาทันทีทันใดโดยไม่มีสาเหตุ
3.วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อยากอาเจียน ปวดมวนท้อง รู้สึกอึดอัดจนขยับตัว แขน ขาได้ลำบาก
4.มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก หายใจไม่ทั่วท้อง ร่วมกับอาการใจสั่น หัวใจเต้นเร็วและแรง รู้สึกวิตกกังวลว่าจะเป็นโรคหัวใจหรือหัวใจวาย รู้สึกกลัวสุดขีดว่าตัวเองกำลังจะตาย
5.มีระยะเวลาการเกิดอาการโดยประมาณตั้งแต่ 10-30 นาที และสามารถเกิดขึ้นซ้ำอีกเมื่อไรก็ได้
6.เกิดความรู้สึกกลัวและวิตกกังวลว่าจะมีอาการขึ้นอีก จึงพยายามหาสาเหตุจนทำให้กลัวและพยายามหลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือเหตุการณ์ที่คิดว่าเป็นสาเหตุ เช่น การขับรถ การขึ้นลิฟต์
7.เกิดความรู้สึกกลัวและวิตกกังวลมากขึ้น เมื่อไม่สามารถหาได้ว่าอาการเกิดจากอะไร ยิ่งรู้สึกท้อแท้ หมดหวัง ตกอยู่ในภาวะหดหู่และซึมเศร้า
.
1.หากมีอาการดังที่กล่าวมาและเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกหรือไม่แน่ใจว่าเป็นแพนิกหรือไม่ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
2.ควรตั้งสติ แม้ว่าความวิตกกังวล ความหวาดกลัวจะเกิดขึ้นได้อย่างไม่มีสาเหตุ เพราะบางครั้งมันก็เป็นเหตุไปกระตุ้นทำให้อาการกำเริบได้ พยายามตั้งสติ อย่าตกใจ อย่าคิดว่าจะป่วยหนักหรือทำให้เสียชีวิต เพราะจะทำให้เกิดความเครียดมากขึ้น ให้เริ่มจากการนั่งพัก จากนั้นให้หายใจเข้าออกช้า ๆ ลึก ๆ ยาวๆ เหมือนเรานั่งสมาธิอยู่ แล้วอาการจะดีขึ้น ภายใน 10 – 20 นาที หรือจะทานยาที่แพทย์ไห้ไว้สำหรับเวลามีอาการร่วมด้วยก็ได้
3.ออกกำลังกาย ช่วยทำให้หัวใจและปอดทำงานได้อย่างสมดุลยิ่งขึ้น
4.พักผ่อนให้เพียงพอเพราะการนอนหลับไม่เพียงพอจะทำให้อาการกำเริบได้ง่าย
5.หาสาเหตุที่ทำให้เกิดความวิตกกังวล ถ้าหากเราหาสาเหตุได้ก็สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดนี้ได้ หรือการได้ปรึกษา หรือ ระบายปัญหาต่างๆ กับคนที่เราไว้ใจได้ หรือจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีรับมือกับอาการแพนิกได้
6.ลดความกังวลด้วยการเปลี่ยนจุดโฟกัส เป็นวิธีที่จะช่วยลดความตื่นตระหนกและความวิตกกังวลได้ดี การลดความกดดันด้วยการเปลี่ยนจุดโฟกัส เบี่ยงเบนความสนใจของตนเองไปสู่เรื่องอื่นที่ดีต่อใจ มากกว่า
7.ฝึกการผ่อนคลายความเครียด อย่างสม่ำเสมอซึ่งมีหลายวิธี เช่น ฝึกนั่งสมาธิ เดินจงกลม การฝึกจินตนาการเพื่อการผ่อนคลาย เล่นโยคะ รวมไปถึงการทำงานอดิเรกต่างๆ
อาการแพนิกถ้าได้รับการรักษาทางจิตใจแล้วร่างกายก็ดีขึ้นได้ แต่หากกลับไปอยู่ในสภาวะที่ทำให้เราติดลบอีกครั้งก็จะทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ แต่ในทางกลับกัน ถ้าอาการได้รับการรักษาหายขาดแล้วก็ขึ้นอยู่กับตัวเราว่าจะดูแลตัวเองได้ดีแค่ไหนเท่านั้นเอง