หากจะพูดถึงการทำสมาธิแล้วเราคงเคยได้ยินคนพูดถึงคุณประโยชน์ของการทำสมาธิมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ผ่อนคลาย จิตใจสงบขึ้น ทำให้เรามีสติกับตัวเอง ส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการเรียนรู้ การทำงาน จนกระทั่งการดำเนินชีวิต แต่เราเคยสงสัยกันไหมว่า ระหว่างเราทำสมาธิ สมองเรานั้นทำงานอย่างไร วันนี้เราจะมีพูดถึงกลไกลการทำงานของสมองกัน
.
ในปี ค.ศ. 1960 มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ได้ทำการวิจัยโดยการวัดคลื่นสมองของคนขณะทำกิจกรรม 3 อย่างหลักๆ คือ ตอนตื่น ตอนหลับ และ ระหว่างทำสมาธิ ผลที่ได้คือเวลาที่เราทำงาน หรือ เรียนหนังสือปกติ มนุษย์จะปล่อยคลื่นสมองที่เรียกว่าเบต้า (Beta) ออกมา ซึ่งอยู่ในช่วงความถี่อยู่ที่ 12.5 ถึง 30 เอิรทซ์ ความถี่ขณะนี้ถือว่าอยู่ในช่วงความถี่ที่สูงมาก สมองในช่วงนี้จะตอบสนองต่อสิ่งเร้าและทำงานได้เร็วมาก จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราสามารถนึกคิด แก้โจทย์ต่างๆ ดึงความจำในอดีตมาใช้ได้
.
ส่วนในขณะที่เราทำสมาธิระดับต้นนั้น สมองจะปล่อยคลื่นที่เรียกว่าอัลฟ่า (Alpha) ออกมา และเมื่อเราสามารถพัฒนาในการทำสมาธิขั้นสูงขึ้นได้สมองจะปล่อยคลื่นเธต้า (Theta) โดยจะมีความถี่ที่ 4-12 เฮิรทซ์ ซึ่งในขั้นนี้สมองจะตอบสนองต่อสิ่งเร้าน้อยลง เรียบเรียงข้อมูลได้เป็นระบบขึ้น จึงส่งผลให้จิตใจผ่อนคลายและสงบมากขึ้น และในกิจกรรมสุดท้ายคือขณะหลับสนิท สมองนั้นจะปล่อยคลื่น เดลต้า (Delta) โดยอยู่ในช่วงความถี่ที่ต่ำสุด มีช่วงความถี่ที่ 0.5-4 เฮิรทซ์ ในกรณีของผู้ปฎิบัติธรรมสมาธิขั้นสูง เมื่อเราทำการวัดค่าคลื่นสมอง คลื่นสมองที่วัดค่าได้จะเปลี่ยนเป็นเดลต้า เหมือนขณะที่เราหลับอยู่ แต่ทว่าผู้ที่ทำสมาธิคนนั้นยังตื่นรู้และมีสติอยู่ ในทางวิจัยค้นพบว่าหากใครสามารถทำได้จะสามารถทำให้สามารถตัดสินใจเฉียบคมขึ้น ระบบการจัดเรียงความคิดจะมีประสิทธิภาพ จึงส่งผลในด้านดีกับตัวผู้ทำสมาธิได้
.
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับประโยชน์จากการทำสมาธิ วันนี้เราได้เรียนรู้กลไกการทำงานของสมองผ่านตัวขับเคลือนกิจกรรมที่เรียกว่าคลื่นสมอง และประโยชน์ทางด้านจิตใจ และ สุขภาพ จากการทำสมาธิ หวังว่าบทความนี้จะสามารถจุดประกายให้หลายๆคนหันมาเริ่มต้นฝึกสมาธิกันนะคะ